ผ่าน 5 วันดันยอดพุ่งพรวด 4 หมื่นล้าน อัดยับส่งโครงการห่วยขอรัฐสนับสนุนรายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลได้เปิดตัวโครงการเมืองไทย เมืองนักคิด (ครีเอทีฟ ไทยแลนด์) และจัดสรรงบกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 วงเงิน 20,130 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินกองทุนสำหรับการขับเคลื่อนให้กับอุตสาหกรรมนำร่อง 15 อุตสาหกรรม ปรากฏว่าในระยะเวลาเพียง 5 วัน ตั้งแต่ 31 ส.ค.-4 ก.ย. มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้เสนอโครงการเข้ามาขอใช้เงินเป็นจำนวนมาก จนล่าสุดมีวงเงินขอสนับสนุนสูงถึง 40,000 ล้านบาทแล้ว สูงกว่างบประมาณที่รัฐบาลตั้งไว้ถึง 2 เท่าตัว ทั้งนี้เป็นที่น่าแปลกใจว่าการเสนอขอโครงการส่วนใหญ่ มีทั้งโครงการที่ตรงตามวัตถุประสงค์ และนอกวัตถุประสงค์ ยกตัวอย่างเช่น โครงการผลิตกุนเชียงไร้ไขมัน ได้มีการเสนอขอใช้โครงการนี้ด้วย ทั้งที่จริงควรไปขอใช้เงินสนับสนุนจากหน่วยงานอื่น เช่น สินเชื่อจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เนื่องจากการพิจารณาอนุมัติโครงการของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยังไม่มีการกำหนดกรอบและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาที่ชัดเจนว่า เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์คืออะไรบ้าง ทำให้ทุกคนต่างพุ่งเป้าหมายเพื่อขอใช้เงินก้อนนี้กันอย่างเต็มที่ แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการไทยเข้มแข็ง ที่รัฐบาลมีแผนดำเนินการ เพื่อใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจแนวใหม่ที่จะให้คนไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์ เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยรัฐบาลจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อผลักดันให้เกิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ใหม่ และสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นมา เพราะเศรษฐกิจยุคใหม่ จะต้องใช้ภูมิปัญญาเข้าไปช่วยในการพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อให้สินค้าและบริการแข่งขันในตลาดโลกได้ ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ ทุกภาคส่วนของประเทศที่มีแนวคิดสร้างสรรค์ มีความพยายามในการปรับปรุง พัฒนาอุตสาหกรรมของตัวเอง สามารถเสนอโครงการเพื่อขอ ใช้เงินเข้ามาได้ โดย กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้พิจารณากลั่นกรองโครง การ จากนั้นจะเสนอให้สศช.เป็นผู้พิจารณา ความเป็นไปได้ ก่อนที่จะเสนอให้สำนักงบประมาณ พิจารณาในรายละเอียดโครงการ และจะเสนอให้คณะกรรมการไทยเข้มแข็ง พิจารณาอนุมัติในขั้นตอนสุดท้าย “เมื่อมีปัญหาความไม่ชัดเจนในแง่การอนุมัติโครงการ และการมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน กระทรวงพาณิชย์ในฐานะที่เป็นผู้ผลักดันและรับผิดชอบโครงการ จะต้องมีการกำหนดกรอบและกติกาในการพิจารณาอนุมัติโครงการให้ชัดเจน มากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาการใช้เงินผิดวัตถุ ประสงค์ และไม่ตรงตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้” ทั้งนี้ในวันที่ 7 ก.ย. นี้ กระทรวงพาณิชย์จะมีการเปิดแถลงข่าวถึงรายละเอียดของโครงการที่มาขอใช้เงินภายใต้โครงการ ครีเอทีฟ ไทยแลนด์ หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ส.ค. โดยคาดว่าจะน่าจะมีความชัดเจนถึงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขอใช้เงินในการแถลงข่าวครั้งนี้ด้วย หลังจากที่ได้เปิดตัวโครงการเมืองไทย เมืองนักคิด ไปแล้ว เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช. พาณิชย์ระบุว่า การประกาศโครงการไทยสร้างสรรค์ ไทยเข้มแข็งอย่างเป็นทางการถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของไทย เพราะภาคเอกชนในกลุ่มอุตสาหกรรมนำร่อง 15 สาขาจะร่วมเป็นภาคขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ให้ได้ตามเป้าหมาย เบื้องต้นจะเร่งจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อรับผิดชอบโดยตรงภายใน 6 เดือน พร้อมเปลี่ยนแปลงบทบาทการดูแลทรัพย์สินทางปัญญาจากการเน้นเรื่องปราบปรามเป็นการดูแลคุ้มครอง.
ที่มา :http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=310&contentID=18623
โดย นางสาวรัฐศนิชา เนติรักข์รัฐกุล 5001103073
คำถาม
1. เมืองนักคิด (ครีเอทีฟ ไทยแลนด์) และจัดสรรงบกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 ด้วยวงเงินเท่าไร
2. เมื่อมีปัญหาความไม่ชัดเจนในแง่การอนุมัติโครงการ และการมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน กระทรวงพาณิชย์ในฐานะที่เป็นผู้ผลักดันและรับผิดชอบโครงการ จะต้องมีการกำหนดกรอบและกติกาในการพิจารณาอนุมัติโครงการให้ชัดเจน มากยิ่งขึ้น เพื่อเหตุใด
3. แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเกี่ยวกับโครงการนี้ว่าอย่างไร
วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
3 ความคิดเห็น:
1.วงเงิน 20,130 ล้านบาท
2.ป้องกันปัญหาการใช้เงินผิดวัตถุ ประสงค์ และไม่ตรงตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้
3.การประกาศโครงการไทยสร้างสรรค์ ไทยเข้มแข็งอย่างเป็นทางการถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของไทย
โดย นางสาว ศิริลักษณ์ จุมพลเสถียร5001103114
1.วงเงิน 20,130 ล้านบาท
2.ป้องกันปัญหาการใช้เงินผิดวัตถุ ประสงค์ และไม่ตรงตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้
3.การประกาศโครงการไทยสร้างสรรค์ ไทยเข้มแข็งอย่างเป็นทางการถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของไทย
โดย นางสาว ชุลีพร พุทธพงษ์ 5001103108
1.วงเงิน 20,130 ล้านบาท
2.ป้องกันปัญหาการใช้เงินผิดวัตถุ ประสงค์ และไม่ตรงตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้
3.การประกาศโครงการไทยสร้างสรรค์ ไทยเข้มแข็งอย่างเป็นทางการถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของไทย
นางสาว วรารัตน์ กัณหา5001103106
แสดงความคิดเห็น